บริการจัดการอาคาร: วิธีการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า การตรวจสอบ และบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าประจำปีพร้อมจัดทำเอกสารและรับรองความปลอดภัยซึ่งเป็นผู้ชำนาญในการตรวจสอบโดยตรง ตามแบบฟอร์มการตรวจสอบของกรมโรงงานอุตสาหกรรม และ นอกจากนี้ยังจัดทำรายงานข้อเสนอแนะ การแก้ปัญหาต่างๆ ของระบบไฟฟ้า เพื่อความปลอดภัยของโรงงาน

1. ในการใช้กระแสไฟฟ้า ปกติช่างไฟฟ้าจะทำหน้าที่ในการเปิด-ปิดสวิทช์ หรือ เบรคเกอร์ ถ้าอุปกรณ์เหล่านั้นยังสามารถเปิด-ปิดได้ก็จะไม่ประสบปัญหาการใช้กระแสไฟฟ้า โดยทั่วไปช่างจะคอยตรวจเช็คสภาพโดยทั่วไปว่าเป็นอย่างไร เช่น โครงสร้างภายนอกมีการแตกหักหรือไม่ มีรอยไหม้หรือไม่ เป็นต้น แต่ไม่ได้ตรวจเช็คคุณสมบัติของอุปกรณ์รวมถึงจะไม่มีการเปิด-ปิดตู้เมนไฟฟ้า เพราะในการเปิดตู้ไฟฟ้าอาจเกิดอันตรายได้ จึงไม่ทราบว่าภายในตู้ไฟฟ้ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า

2. การบำรุงรักษาอุปกรณ์จ่ายกระแสไฟฟ้า เช่น หม้อแปลงไฟฟ้า ตู้เมนไฟฟ้า เมนเซอร์กิตเบรคเกอร์ เป็นต้น ช่างของท่านสามารถตรวจเช็คทั่วไปว่าสกปรกหรือไม่ มีรอยไหม้หรือไม่ โดยไม่สามารถประเมินผลได้ว่าอุปกรณ์เหล่านี้มีสภาพสมบูรณ์หรือผิดปกติ เพราะไม่ทราบข้อมูลทางด้านเทคนิคเกี่ยวกับการตรวจเช็ค รวมถึงการประเมินสภาพอุปกรณ์ว่าเหมาะสมในการใช้งานเพียงใด

3. วิธีการบำรุงรักษาอุปกรณ์จ่ายกระแสไฟฟ้า จะมีขั้นตอนในการปฏิบัติงาน 4 ขั้นตอน

3.1 การตรวจเช็คสภาพของอุปกรณ์ ผู้ที่จะตรวจเช็คจะต้องทราบถึงส่วนประกอบต่าง ๆ ของอุปกรณ์ว่าส่วนไหนเรียกว่าอะไร มีความสำคัญอย่างไร จะประเมินผลแบบใด ผู้ที่จะตรวจเช็คจะต้องทราบข้อมูลทางด้านเทคนิคของแต่ละอุปกรณ์เป็นอย่างดี

3.2 การทำความสะอาดอุปกรณ์ไฟฟ้า ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งเพราะเป็นการบำรุงรักษาพื้นฐาน ซึ่งจะต้องทำความสะอาดกับอุปกรณ์ทุกประเภท โดยจะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะถ้าทำผิดวิธีอาจทำให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้งานได้ ดังนั้นการทำความสะอาดจะต้องมีวิธีการที่ถูกต้อง รวมถึงการใช้สารเคมีในการทำความสะอาดจะต้องเลือกใช้ให้เหมาะสม เช่น ลูกถ้วยรองรับบัสบาร์จะต้องใช้น้ำยาทำความสะอาด ซึ่งเป็นน้ำยาที่ใช้ทำความสะอาดอุปกรณ์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ การขัดหน้าสัมผัสแมกเนติก , เบรคเกอร์ ก็ต้องใช้กระดาษทรายเบอร์ที่เหมาะสม และหลังจากขัดแล้วต้องทา Compound เพื่อป้องกันการเกิดสนิม (Oxide) เป็นต้น

3.3 การทดสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า ในการทดสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าจะแบ่งแยกเป็น 2 ส่วน คือ การทดสอบการใช้งานของอุปกรณ์ เช่น ทดสอบโดยการโยกเบรคเกอร์ว่ายังสามารถเปิด/ปิดได้หรือไม่ ทดสอบคาปาซิเตอร์ว่าเมื่อต่อเข้าไปแล้ว ค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์ดีขึ้นหรือไม่ เป็นต้น และการทดสอบอีกแบบหนึ่ง คือ การทดสอบคุณสมบัติและประสิทธิภาพของอุปกรณ์ เช่น การทดสอบค่าฉนวนไฟฟ้าว่ามีค่าที่สูงหรือไม่ เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน การทดสอบรีเลย์ป้องกันกระแสเกินของเมนเบรคเกอร์ ว่ายังสามารถป้องกันการเกิดกระแสไฟฟ้าลัดวงจรได้หรือไม่ หรือ การทดสอบคาปาซิเตอร์แบงค์ว่าสามารถเก็บประจุไฟฟ้าได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งมีผลต่อค่ากระแสไฟฟ้า เป็นต้น จะเห็นว่าการทดสอบจะต้องใช้เครื่องมือพิเศษสำหรับทดสอบอุปกรณ์ และสามารถประเมินผลอุปกรณ์เหล่านั้นได้ดีมาก ซึ่งจะทำให้ช่างทราบถึงเสถียรภาพของการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าเหล่านี้ได้ดียิ่งขึ้น และวางแผนในการปรับปรุงซ่อมแซมต่อไป

3.4 การจัดทำรายงานการบำรุงรักษาอุปกรณ์จ่ายกระแสไฟฟ้า ในการทำรายงานจะต้องประกอบไปด้วยรายการตรวจเช็คอุปกรณ์อย่างละเอียด ซึ่งจะต้องประเมินผลในแต่ละหัวข้อว่าเป็นอย่างไร เช่น ในแต่ละส่วนมีความสมบูรณ์หรือไม่สกปรกหรือสะอาด น็อตหลวมหรือแน่น โดยจะต้องประเมินผลทั้งก่อนและหลังการบำรุงรักษาในทุก ๆ ส่วน และถ่ายรูปอุปกรณ์ที่เกิดปัญหาเพื่อใช้รายงานต่อผู้บริหารว่าเกิดปัญหาอย่างไร รวมถึงถ่ายรูปขั้นตอนการบำรุงรักษาในหลาย ๆ ขั้นตอน เพื่อใช้ในการอบรมช่างให้ทราบถึงวิธีการบำรุงรักษาที่ถูกต้อง